เจาะลึกโอกาสลงทุน “Ethereum” กับขาขึ้นรอบใหม่

271
The Merge คือ

The Merge คือ การอัปเกรดเวอร์ชั่นล่าสุดของ Ethereum ที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 15-16 กันยายน 2022 นี้ ทำให้ Ethereum จะทำการปรับกลไกตัวเองเข้าสู่ระบบ Proof Of Stake อย่างสมบูรณ์จากเดิมที่เป็นระบบ Proof Of Work ถือเป็นการอัพเกรดที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Ethereum ซึ่งเป็นการเพิ่มความน่าสนใจในการเป็นสินทรัพย์การลงทุนของ Ethereum ให้มากยิ่งขึ้น

The Merge แรงขับเคลื่อนในปี 2022

ประเด็นสำคัญในเชิงการลงทุนของการอัปเกรดเวอร์ชั่น The Merge คือ Ethereum จะเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีสถานะเงินฝืดเช่นเดียวกับ Bitcoin จากการที่จะลดซัพพลายใหม่ที่จะได้จากการขุดลงไปถึง 90% จากที่ผ่านมา Ethereum สามารถที่จะขุดได้ได้เรื่อยๆโดยไม่มีซัพพลายจำกัด แต่หลังจากที่ Ethereum เริ่มมีซัพพลายที่จำกัดและหากยังคงมีดีมานด์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตามกลไกทางเศรษฐศาตร์ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้การที่สามารถทำ Staking ได้จะช่วยสร้างผลตอบแทนแบบ Passive Income ได้ดีกว่าการขุดซึ่งจะต้องลงทุนทางด้านฮาร์ดแวร์อย่างเช่นคอมพิวเตอร์และการ์ดจอ แต่การ Staking ทำได้เพียงแค่ถือเหรียญ ETH ไว้กับตัวเท่านั้น ซึ่งมีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนได้ทั้งราคาเหรียญที่เพิ่มขึ้นและการได้ผลตอบแทนจาก Staking

ติดตามช่อง Youtube ของ Crypto Hunter ได้ที่ลิงค์นี้

เส้นทางสู่ Ethereum 2.0 ยังไม่จบ

อย่างไรก็ตาม Ethereum ยังต้องมีการอัปเกรดอย่างต่อเนื่องหลังจากเวอร์ชั่น The Merge ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาความเร็วในการทำธุรกรรมที่ยังช้าและปัญหาค่าธรรมเนียมที่แพงต่อไปซึ่งจากโรดแมปที่วางไว้ยังต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี ถึงจะเสร็จสิ้นการอัปเกรดสู่ Ethereum 2.0 แบบสมบูรณ์แบบ

The Merge คือ

นอกจากนี้ผู้ที่วางเหรียญ ETH เพื่อ Staking ไว้ใน Beacon Chain และได้เหรียญ stETH อยู่กับตัวจะยังไม่สามารถถอนเหรียญออกมาได้แม้จะเข้าสู่ The Merge แล้ว โดยต้องรอให้ถึงการอัพเกรดครั้งสำคัญต่อไปหรือ Shanghai upgrade ซึ่งจะเกิดขึ้นอีกครั้งในอีกหนึ่งปี

ปัจจัยเสริมอื่นๆที่ช่วยผลักดัน Ethereum

การเติบโตของ Ethereum จะเกิดขึ้นได้ นอกเหนือจากกลไกทางด้านซัพพลายแล้วยังต้องมีกลไกทางฝั่งดีมานด์เข้ามากล่าวคืออุตสาหกรรมคริปโตจะต้องกลับมาเดินหน้าอีกครั้งด้วย dApps ใหม่ๆไม่ว่าจะเป็น DeFi,GameFi หรือ NFT ที่จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานของ Ethereum ในการพัฒนา หากเกิดโปรเจกต์ใหม่ๆที่น่าสนใจขึ้นมาก็จะทำให้เกิดความต้องการเหรียญ ETH กลับเข้ามาได้เช่นกัน

เป้าหมายระยะยาวที่ 7,332 ดอลลาร์

เชิงกราฟเทคนิค Ethereum ผ่านเส้น EMA100 และ 50 มาได้และกำลังทดสอบแนวต้านสำคัญเส้น EMA200 ถ้าหากสามารถผ่านและยืนได้ต่อเนื่อง อาจจะทำให้เกิด Golden Cross ในภาพใหญ่ขึ้นประกอบกับจะเป็นการ Breakout ผ่านเทรนด์ไลน์ขากดใหญ่ ถ้าผ่านทั้งสองเงื่อนไข แนวโน้มในภาพใหญ่จะเป็นขาขึ้นทันที

ระยะสั้นแม้ว่า RSI จะเข้าสู่ภาวะตึงตัวและมีการย่อตัวลง แต่ถ้าแนวโน้มจะเป็น Bullish จริงๆยังพอมีช่องให้ RSI ขึ้นไปได้จนถึงระดับ 83 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิมและ RSI ในตอนนี้ยังไม่จุดต่ำสุดใหม่ แนวโน้มจึงยังพอไปได้ต่อ โดยแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,832 ดอลลาร์ หรือ 1,762 ดอลลาร์

ถ้าหากกลับมาเป็นขาขึ้นได้ ภาพของ Elliot Wave ในระยะยาวอาจจะเป็นการจบการพักตัวในเวฟ2 ใหญ่เพื่อที่จะทำเวฟ3ใหญ่ต่อไปโดยจะมีเป้าหมายเบื้องต้นที่แนวต้าน Fibonacci 161.8% ที่ 7,332 ดอลลาร์ ซึ่งจะมีอัพไซด์ประมาณ 300% จากปัจจุบัน

ขณะที่ภาพเล็ก เป็นไปได้ว่า Ethereum อาจจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วโดยอาจจะฟื้นตัวในเวฟที่ 1 ซึ่งมีเป้าหมายแรกตั้งแต่ 2,882-3,352 ดอลลาร์ ก่อนจะพักตัวทำเวฟ2 รอที่จะทำเวฟที่ 3 ต่อไป

แม้ว่า The Merge คือ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของ Ethereum แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะช่วยทำให้ Ethereum จะสามารถแซงหน้า Bitcoin ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้ แต่ถือว่าปัจจัยพื้นฐานของ Ethereum มีความเข้มแข็งขึ้นและช่วยหนุนให้ราคามีโอกาสที่จะเป็นขาขึ้นได้ในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์อนาคตของเหรียญ BTZ และ USDF ผ่าน WHITEPAPER 2.0

Total 0 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author