รีวิว FTX แพลตฟอร์มเทรด Cryptocurrency ที่มีโปรดักต์เพื่อนักเทรดโดยเฉพาะ

1655
รีวิว FTX

รีวิว FTX หนึ่งใน Exchange ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ตามกระแสของเชน Solana แต่จุดแข็งที่แท้จริงของ FTX ก็คือผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของนักเทรดชนิดที่บางโปรดักต์ไม่สามารถหาได้ที่ Excahnge อื่น

แอปเทรดที่สร้างโดยนักเทรดเพื่อนักเทรดอย่างแท้จริง

ผู้ก่อตั้ง FTX ก็คือ Sam Bankman-Fried ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยอันดับต้นๆในอุตสาหกรรมคริปโตของโลก โดยเขาเคยมีประสบการณ์ทำงานในกองทุนประเภท Quant Fund มาก่อนทำให้เขามีแนวคิดในการสร้างแพลตฟอร์มเทรดคริปโตจากการที่เป็นนักเทรดมาก่อน เป็นที่มาของแนวคิด “แอปเทรดที่สร้างโดยนักเทรด เพื่อนักเทรดอย่างแท้จริง”

FTX มีถิ่นฐานตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวอลลุ่มซื้อขายเป็นอันดับหนึ่งมากกว่า Coinbase ซึ่งเพิ่งจะระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่วอลลุ่มซื้อขายรวมทั่วโลกถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆของโลกใกล้เคียงกับ Binance,OKEx และ Huobi Global โดยวอลลุ่มซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 460,000 ล้านบาทต่อวัน โดยจุดแข็งของ FTX ก็คือโปรดักต์ประเภท Futures

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา FTX สามารถระดมทุนได้มากกว่า 900 ล้านดอลลาร์ ในระดับ Series B โดยมีนักลงทุนชื่อดังอย่าง SoftBank และ Paul Tudor Jones ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชื่อดังรวมอยู่ด้วย

ประตู่สู่การลงทุนใน Solana Ecosystem

เป็นที่รู้กันดีว่า Sam คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของเชน Solana ทำให้ FTX กลายมาเป็น Exchange ที่เสมือนเป็นประตูสู่โปรเจกต์ต่างๆที่อยู่ภายใต้เชนของ Solana โดยสามารถโอนเหรียญ SOL ไปยังแพลตฟอร์มต่างๆได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

โปรเจกต์ที่น่าสนใจภายใต้เชนของ Solana ได้แก่ DeFi Protocol อย่าง Serum และ Ray รวมถึง Solaartแพลตฟอร์ม NFTs Marketplace และที่กำลังสร้างเสียงฮือฮาก็คือเกมส์ Star Atlas ซึ่งนำเสนอภาพกราฟฟิคที่สวยงามกว่า Blockchain Games อื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำธุรกรรมผ่าน FTX ได้

หากต้องการตรวจสอบโปรเจกต์ที่ใช้เชนของ Solana สามารถเข้าไปได้ที่เวบไซต์ https://solana.com/ecosystem และอีกเวบไซต์คือ https://solanaproject.com 

โปรดักต์หลากหลายที่มีให้เทรดที่ FTX เพียงที่เดียว

การที่ผู้ก่อตั้งมีพื้นฐานมาจากนักเทรดทำให้โปรดักต์ต่างๆที่อยู่ใน FTX ได้ถูกออกแบบมาอย่างหลากหลายและบางโปรดักต์ยังไม่สามารถหาได้จากที่อื่นอีกด้วย 

เริ่มจากตลาด Spot ที่มีคู่เทรดมากกว่า 200 คู่ ส่วนตลาด Futures ก็มีทั้งคู่เทรด BTC LTC DOT และ SOL โดยมีทั้งแบบที่ไม่มีวันหมดอายุหรือ Perpetual และแบบที่กำหนดวันหมดอายุเป็นรายเดือน นอกจากนี้ก็ยังมี Leverage Token ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูก Liquidate แบบ Futures ตั้งแต่ 0.5X-3X และเลือกได้ว่าจะเลือกทิศทางขาขึ้นหรือขาลง

โปรดักต์ที่ไม่สามารถหาได้จาก Exchange อื่นก็จะมีตั้งแต่ Tokenize Stock ซึ่งเราสามารถเทรดโทเคนที่ราคาอ้างอิงกับหุ้นดังๆอย่าง TESLA,APPLE,MICROSTRATEGY ได้ ทั้งแบบ Spot และ Futures แต่น่าเสียดายที่คนไทยไม่สามารถซื้อขายได้ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย

ที่โดดเด่นก็คือโปรดักต์ประเภทเก็งกำไรจากจากความผันผวนของราคาหรือ Volatility ซึ่งประกอบไปด้วย Options หรือสิทธิที่จะซื้อหรือขายล่วงหน้าซึ่งเป็นโปรดักต์อนุพันธ์ที่แตกต่างจาก Futures โดยนักเทรดสามารถเลือกสัญญาซื้อล่วงหน้า (Call Options) หรือขายล่วงหน้า (Put Options) ได้

สัญญา Move Contract คือโทเคนที่มีมูลค่าตามดัชนีความผันผวนของราคาคริปโตใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง และ สัญญา Bitcoin Volatility Token คือโทเคนที่มีมูลค่าขึ้นลงตามความผันผวนของตลาด

นอกจากนี้ยังมีการเทรด Index ต่างๆเช่น DeFi Index,NFT Index,Exchange Token Index เหมาะสำหรับผู้ที่มีมุมมองต่อตลาดในภาพรวมว่ากลุ่มเหรียญหรือโทเคนประเภทไหนที่น่าสนใจ แม้แต่ Shitcoin Index ก็ยังมี!!

รวมถึง Prediction ซึ่งเป็นโทเคนที่อ้างอิงกับเหตุการณ์ต่างๆเช่น ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ การจัดกีฬาโอลิมปิก ฯลฯ ซึ่งราคาโทเคนจะเปลี่ยนแปลงตามมุมมอของนักเทรดที่มีต่อผลการคาดการณ์ (แต่มุมมองส่วนตัวแอดว่าเป็นแค่โปรดักต์ที่ทำมาขำๆเท่านั้นแหละไม่ได้จริงจังมาก)

โปรดักต์อื่นๆที่น่าสนใจ

นอกจากโปรดักต์การเทรดภายใน FTX ยังมีฟีเจอร์ที่นำสกุลเงินดิจิทัลอย่าง USDT BTC มาวางเพื่อที่จะทำ Staking หรือปล่อยกู้โดยสามารถได้รับผลตอบแทนตั้งแต่ 10-30% ขึ้นไป โดยเงินที่เรานำมาปล่อยกู้ทางแพลตฟอร์มก็จะนำไปใช้เป็นทุนในการเปิดสัญญาซื้อขาย Futures ภายในแพลตฟอร์มนั่นเอง

ล่าสุด FTX ยังเปิด Marketplaces สำหรับซื้อขาย NFT ตลอดจนการสร้างผลงาน NFT เป็นของตัวเอง ซึ่งจะจ่ายค่าธรรมเนียมโดยใช้โทเคน FTT 

โทเคน FTT 

เป็นธรรมเนียมของ Exchange ที่จะต้องมี Native Token ของตัวเอง โดยทาง FTX จะมี FTT เป็นโทเคนที่ใช้งานภายในแพลตฟอร์มโดยมีการออกแบบกลไกของโทเคนเอาไว้ว่าจะนำค่าธรรมเนียมการเทรดที่เกิดขึ้นมาทำการเผาโทเคนทิ้งิย่างต่อเนื่องประกอบกับจำนวนที่สร้างขึ้นอย่างจำกัดทำให้โทเคนมีโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันในการเทรด Futures รวมถึง Margin Trade ตลอดจนผู้ที่ถือ FTT ตามระยะเวลาที่กำหนดจะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมในการเทรด Futures ตั้งแต่ 3-60% ที่สำคัญหากคิดจะลงทุนในโปรเจกต์ IEO ของ FTX ก็จะได้รับสิทธิในการซื้อเหรียญ IEO ได้ก่อน ส่วนผลประโยชน์อื่นๆเช่นการนำไปใช้เป็นส่วนลดของผู้ที่ทำธุรกรรมซื้อขายแบบ OTC 

วิธีการสมัคร

การสมัครใช้งาน FTX สามารถใช้ Email และตั้ง Password ส่วนตัวก็สามารถเปิดบัญชีได้แล้วแต่หากต้องการทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงเช่นฝากหรือถอนตั้งแต่ 2,000 ดอลลาร์ ขึ้นไปก็จะต้องทำการ KYC ตั้งแต่ระดับ 2 และ 3 ขึ้นไป แต่ถ้าทำธุรกรรมวงเงินไม่สูงมากก็ไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวเอง โดยผู้ใช้งานควรจะต้องตั้งค่าระบบ 2FA เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

สามารถสมัครเปิดบัญชี FTX ได้ทางลิงค์นี้เลย โดยจะได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการเทรด 5% สามารถดาวน์นโหลดแอปพลิเคชั่นมาเทรดได้ทั้งระบบ ios และ Android

ทั้งนี้ผู้ใช้งานชาวไทยจะต้องโอนเหรียญสกุลเงินดิจิทัลอย่างเช่น USDT BTC เข้าไปเพื่อลงทุนใน FTX เนื่องจากแพลตฟอร์มไม่เปิดรับสกุลเงินบาท แต่มีการเปิดรับ Fiat Currency อย่างเช่น USD EURO GBP SGD และ CHF 

บทสรุป

หลังจากที่ได้ รีวิว FTX ไปแล้วต้องบอกว่าแพลตฟอร์มนี้มีจุดแข็งที่โปรดักต์การเทรดที่ไม่มีให้เทรดที่อื่นไม่ว่าจะเป็น Tokenize Stock, Move Contract , Bitcoin Volatility Token และ Prediction ซึ่งเป็นทางเลือกให้กับนักเทรดที่มากกว่าสินค้าที่เก็งกำไรกับทิศทางราคาเพียงอย่างเดียว

ขณะที่ UX/UI ก็ใช้งานได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นระดับมืออาชีพหรือมือสมัครเล่นก็ตาม สภาพคล่องการซื้อขายที่สูงตลอดจนเป็นเสมือนศูนย์กลางของแพลตฟอร์มอื่นภายใต้เชนของ Solana หากต้องการจะใช้งานเชนดังกล่าว เหมือนเป็นภาคบังคับที่จะต้องสมัครเปิดบัญชี FTX เอาไว้

ถ้าจะมีข้อเสียก็อาจจะเช่นมีคู่เหรียญให้เทรดน้อยกว่าที่อื่นอย่าง Binance แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะด้วยโปรดักต์อื่นที่มีก็สามารถทดแทนได้และน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักเทรดที่น่าจะเปิดบัญชีไว้เพื่อเทรดโปรดักต์ที่ Exchange อื่นไม่มี

บทความที่เกี่ยวข้อง : รีวิว BYBIT เวบเทรดคริปโตแบบ FUTURES ที่กำลังมาแรง

Total 1 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author