ผ่าอนาคต LUNC และ LUNA จะไปต่อหรือพอแค่นี้??

211
ราคาเหรียญ LUNC

ราคาเหรียญ LUNC หรือ Terra Classic ปรับตัวขึ้น 350% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แต่ถ้านับจากราคาต่ำสุดราคาได้ปรับตัวขึ้นกว่า 1,250% เข้าไปแล้ว ขณะที่เหรียญ LUNA หรือเหรียญใหม่ที่ Hard Fork ออกมาจาก Terra Chain เดิม ปรับตัวขึ้น 255% ภายในหนึ่งเดือน กลายเป็นสองเหรียญที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดของปีนี้ แม้ตลาดคริปโตในภาพรวมจะยังเป็นขาลง

สาเหตุที่ทำให้ ราคาเหรียญ LUNC ปรับตัวขึ้นมีตั้งแต่การเริ่มเปิดให้กับมา Staking ได้อีกครั้งโดยมีการจ่ายผลตอบแทนกว่า 37.8% ต่อปีและเริ่มมีคนนำเหรียญไปวา Staking แล้วคิดเป็น 9% ของจำนวนเหรียญทั้งหมด

รวมถึงนโยบาย Tax Burn ที่ออกมาโดยมีข้อเสนอว่าให้ทำการเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมไม่ว่าจะเป็นการโอนหรือซื้อขายเหรียญ LUNC จำนวน 1.2% โดยค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะถูกดึงออกไปจากซัพพลายของเหรียญทำให้จำนวนเหรียญในระบบมีน้อยลง

ปัจจุบันเหรียญ LUNC มีซัพพลายทั้งหมด 6.9 ล้านล้านโทเคน ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาในช่วงที่ราคาเหรียญ UST หลุด Peg เป็นสาเหตุหลักของการล่มสลายของ Terra Chain เดิมและการที่มีซัพพลายของเหรียญมากเกินไปทำให้ราคาเหรียญในช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : เจาะลึกโอกาสลงทุน “ETHEREUM” กับขาขึ้นรอบใหม่

ความพยายามที่จะจัดการกับซัพพลายจำนวนมหาศาลนี้ทำให้เกิดแรงเก็งกำไรในเหรียญ LUNC ขึ้นมาและกระทบชิ่งไปยังเหรียญใหม่อย่าง LUNA อีกด้วย

อย่างไรก็ตามแรงผลักดันฝั่งซัพพลายเพียงอย่างเดียวอาจไม่มากพอที่จะทำให้เหรียญ LUNC ไปต่อได้อย่างยั่งยืน จากตอนนี้ในมุมมองของแอดมินเป็นเพียงแค่แรงเก็งกำไรเท่านั้น พูดง่ายๆคือ LUNC ต้องมีโปรเจกต์อย่าง DeFi,NFT,GameFi มาเป็น Use Case เพื่อผลักดันการใช้เหรียญด้วย

แต่ข้อมูลล่าสุดจาก DeFiLlama ระบุว่า TVL ของ LUNC ตอนนี้มีเพียงแค่ 15 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ต่างจากยุครุ่งเรืองที่เคยมี TVL แตะระดับ 20,000 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันมี dApps ที่อยู่ในเชน Terra Classic เพียงแค่ 7 โปรเจกต์ ส่วน LUNA ใหม่ไม่มีเลย

การที่ KUCoin และ Gate.IO ซึ่งเป็น Exchange ชั้นนำออกมาสนับสนุน Tax Burn ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้ารายใหญ่อย่าง Binance และ FTX ไม่เล่นด้วย แผนการดังกล่าวอาจจะไม่สำเร็จและอาจจะทำให้นักเทรดไม่ไปเทรด LUNC ในเวบที่เก็บ Tax Burn ด้วย

สรุปคือ LUNC และ LUNA จะไปต่อได้อย่างยั่งยืนจะต้องมีนักพัฒนา dApps เข้าไปพัฒนาโปรเจกต์จนเกิดความต้องการใช้เหรียญในเชิง Use Case จริงเท่านั้นและ TVL ต้องโตขึ้น รวมถึง Exchange ใหญ่ต้องลงมาเล่นด้วย

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แม้ว่าราคาเหรียญ LUNC จะปรับตัวขึ้นมารับข่าวดังกล่าวพอสมควรแล้ว แต่ถ้าเทียบกับราคาที่ปรับตัวลงมาก็อาจจะมองได้ว่า “เพิ่งฟื้นจากหลุม” ก็อาจจะพอเป็นไปได้ ในโลกออนไลน์มีการพูดถึงราคาเหรียญ LUNC ไปได้ถึงแค่ 1USD ก็รวยแล้ว

ถามว่าราคานี้พอจะ Bet ได้ไหม?? แอดขอใช้คำว่า Bet หรือวัดดวงเลยเพราะถ้าเทียบ Risk Reward Ratio แล้วต้องบอกว่ามันก็อาจจะพอเสี่ยงได้กับการหวังให้มี Exchange ใหญ่เล่นด้วยกับ Tax Burn ตลอดจนมีโปรเจกต์ใหม่เข้ามาทำให้เกิด Use Case 

แต่ย้ำว่าต้องใช้เงินส่วนน้อยเท่านั้นอย่า All In เป็นอันขาดเพราะความเสี่ยงที่แผนการฟื้นตัวจะไม่สำเร็จก็ยังมีอยู่มาก เหมือนกับหุ้นที่ผ่านการฟื้นฟูกิจการกลับเข้ามาซื้อขายใหม่ แม้จะรอดจากความตายได้แต่จะกลับโตได้หรือไม่ยังคงเป็นคำถามที่ต้องเฝ้าดูกันต่อไป

สำหรับสายซิ่งตอนนี้ราคาเหรียญ LUNC อยู่ในช่วงปรับฐานแต่ราคาไม่ลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ ถ้าหากราคาปรับตัวลงมาถึงแนว Fibonacci 61.8% ที่ 0.00027297 ดอลลาร์ ถือว่าเป็นแนวรับที่น่าสนใจ แต่ถ้าจะลงหนักกว่านั้นไม่ควรจะหลุด  0.00018626 ดอลลาร์ ถ้าหลุดจานี้จะเรียกได้ว่าจบเกมส์แล้วก็ได้

ส่วนแนวต้าน แอดมองว่า “อยู่ที่ใจ” แล้วว่าเราเชื่อมั่นในการฟื้นฟูครั้งนี้แค่ไหน แต่อย่าใช้ “ความเชื่อ” ตัดสินใจเด็ดขาด แต่ให้ติดตามพื้นฐานของเหรียญที่จับต้องได้เท่านั้น และย้ำอีกทีว่าอย่า All In หรือไปกู้เงินมาเล่นเด็ดขาด เอาเงินส่วนที่เสียได้มาลงเท่านั้น!!

บทความที่เกี่ยวข้อง : รีวิว FREEDOM CARD รับ CASH BACK เป็นเหรียญ BTZ ทุกการใช้จ่าย

Total 2 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author